Miscellaneous

"สุริยะใส"ชี้เหตุปะทะคนตายคล้าย "6 ตุลา" นายกฯต้องรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 2 ก.ย.นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยถึงเหตุปะทะกับกลางดึกระหว่างพันธมิตรฯ และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย
ต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย ว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่อง
น่าสลด เพราะคนไทยถูกจัดตั้งให้มาทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีต้นเหตุจากการที่นปก.เคลื่อนขบวนการยัง
ที่ชุมนุมของพันธมิตรฯ เมื่อเคลื่อนขบวนมาถึงแยกจ.ป.ร.ก็ฝ่าด่านตำรวจเข้ามาทำร้าย ทั้งที่พันธมิตรฯ
อยู่ในที่ตั้ง นอกจากนี้ พันธมิตรฯ ไม่มีนโยบายรุกรานฝ่ายใด เพราะไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย

"รูปแบบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ซึ่งประกอบด้วย 3 อย่างคือ
อำนาจรัฐ กลุ่มอันธพาล และกลุ่มจัดตั้ง ผมพบว่าตำรวจรู้เห็นเป็นใจ ผมมั่นใจว่าหากทหารชุดปราบ
จราจลไม่เข้ามาห้ามเหตุ จะมีคนบาดเจ็บล้มตายมากกว่านี้" นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบเห็นส.ส.และแกนนำฝ่ายพลังประชาชนหลายคนนำทีม
นปก.มาเอง เช่น นายวีระ มุกสิกพงษ์ นายอริสมัน พงษ์เรืองรอง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนายอดิศร เพียงเกษ ทั้งนี้ ฝ่ายนปก.ได้ใช้เสียงปืน
ทำทาง ส่งผลให้ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ หวาดกลัวและวิ่งหนี จากนั้นนปก.ก็ปล่อยให้คนเข้ามาเข่นฆ่ากัน


เมื่อถามพันธมิตรฯ คิดจะถอยออกมาสักก้าวหนึ่งบ้างหรือไม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า ตนยินดีถอย ถ้าการ
ถอยและการร่วมมือกันสามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็น
วิธีการหนึ่งของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี หรือไม่ ดังนั้น นายสมัครไม่สามารถปัดความรับ
ผิดชอบเรื่องนี้ได้ นอกจากนี้ จุดนี้ได้เลยเวลาของการเจรจาแล้ว ถ้านายสมัครยังลากการเมืองต่อไป
อย่างนี้เรื่อยๆ โอกาสที่ทหารออกมาทำการปฏิวัติจะมีสูง

------------------------------------------------------------------

ตร.แจงมีเพียงโล่ สุดต้านม็อบนปช.ทะลุปะทะ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล  เมื่อเวลา 05.35 น. วันที่ 2 ก.ย. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.
รักษาราชการแทน ผบช.น.แถลงข่าวกรณีการปะทะระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ แห่ง
ชาตินปช.)  กับ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ จนมีผู้เสียชีวิตและ
บาดเจ็บ ว่า    เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมดแล้ว โดยทราบว่ามีผู้เสียชีวิต จำนวน 1
รายคือ นายณรงศักดิ์ เกาะไทยสง อายุ 55 ปี ผู้ชุมนุมกลุ่มโคราชรักประชาธิปไตย และมีผู้บาดเจ็บจำนวน 34 ราย
      
พล. ต.อ.จงรัก กล่าวต่อว่า  สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ ได้เน้นย้ำไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการ
เผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกัน แต่ ให้ใช้การเจรจาต่อรอง  รวมถึง
ห้ามนำกระบองติดตัวไป มีเพียงโล่เป็นอุปกรณ์ในการป้องกันตัวเท่านั้น แต่เนื่องจากฝ่าย นปช.จำนวนมาก
ได้เคลื่อนขบวนจากท้องสนามหลวง ทั้งรถ 6 ล้อ รถจักรยานยนต์ ประมาณ 200 คัน และรถแท็กซี่ มาถึงแยก
จปร. ฝ่ายตำรวจได้พยายามเจรจาต่อรอง แต่ไม่เป็นผล   และแม้ตำรวจตั้งแนวควบคุมฝูงชนไว้ถึง 3 ชั้น ณ
บริเวณหน้ากองทัพบก แต่กลุ่ม นปช. มีมากทำให้แนวควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีเพียงโล่ป้อง
กันตัวไม่ สามารถต้านทานไว้ได้ กลุ่ม นปช. จึงทะลุผ่านมาและเกิดการปะทะระหว่างสองกลุ่มจนมีผู้บาดเจ็บ
และเสียชีวิตดัง กล่าว

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจได้ทำทุกวิถีทางที่จะ กันทั้งสองฝ่ายออกจากกัน ที่ผ่านมา กว่า 100 วัน ตำรวจต้อง
ทำหน้าที่อยู่ตลอดเวลาจนเกิดความเหนื่อยล้า แต่ก็จะทำหน้าที่ต่อไป ส่วนการปะทะทั้งสองฝ่ายนั้นขณะนี้ได้
ประสานขอภาพจากสื่อมวลชนเพื่อตรวจสอบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง" พล.ต.อ.จงรัก กล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จงรัก  ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ส่วนการที่
ทหารออกมาช่วยดูแลนั้น เป็นเพียงการเสริมกำลังในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น

------------------------------------------------------------------

กลุ่มนปช.ลุยฝ่าตร.ปะทะพันธมิตร บาดเจ็บหนัก 34 ตายแล้ว 1

ก่อนหน้านี้ เวลา 04.45 น. วันที่ 2 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เหตุกลุ่มแนวร่วมประชาชน
ขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ที่มีการจัดตั้งขึ้นโดยฝ่ายรัฐบาล จนมีการปะทะกับ กลุ่มพันธมิตร
ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณหน้าองค์การสหประชาชน หรือ ยูเอ็น ว่า ขณะนี้ กลุ่ม นปก.ประมาณ
2,000 คน ยังคงปักหลักอยู่บริเวณดังกล่าว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 8 กองร้อย นำแผงเหล็กกั้น
คอยตรึงกำลังและปิดกั้นไม่ให้เข้าไปประชิดกับ พันธมิตร ฯ ขณะที่แกนนำ ได้นำเต้นท์มากาง พร้อมรถ
เครื่องขยายเสียงคอยปลุกระดม กลุ่มผู้ชุมนุมให้ฮึกเหิมอยู่ตลอดเวลา

เวลา 03.00 น. บริเวณหน้าสนามมวยราชดำเนิน ซึ่งกลุ่มนปก.ปักหลักอยู่ได้ เกิดความชุลมุนขึ้น
เนื่องจาก ได้มีการแจ้งข่าวว่า กลุ่มพันธมิตรพยายามได้บุกเข้าบริเวณข้างซอยสนามมวย ทำให้กลุ่มนปก.
ด้บุกฮือเข้าไปในซอยดังกล่าว ปรากฏว่า ก็แตกฮือกลับออกมาแบบหนีตาย เมื่อเจอระเบิดเพลิงโยนสวน
ออกมา ทำให้ต้องรีบดับไฟกัน และกลับไปปักหลักที่หน้าสนามมวยเหมือนเดิม

------------------------------

เวลา 05.30 น. รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ รพ.วชิระ
1.สราวุธ แก้วโพม อายุ 26 ปี
2.บุญส่ง หึกขุนทด 34 ปี ถูกยิงที่เข่าซ้าย
3.เอกชัย อาจสาคร 57 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกยิง
4.วิโรจน์ อินทร์กล่ำ 52 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
5. แผว ยศไกล 40 มีบาดแผลที่ใบหน้า
6.กริสนี ทรัพย์บุญรอด 52 ปี
7.สมพิศ ศรีนวล 34 ปี
8.วิมล แสงเสนา 26 ปี บาดเจ็บที่ขาซ้าย
9.สุรเดช นวลละออง 26 ปี
10.ธีระชัย พลจันทร์
11.แก้ว พิชัย 32 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
12.พนมไพร สุขศรี 42 ปี มีอาการเจ็บซีโครงขวา
13.จารึก คำน้อย 38 ปี
14.มาริสา เพลวเพลา 55 ปี
15.สวาย พลายเถื่อน 47 ปี บาดเจ็บที่จมูก
16.กิตติศักดิ์ ศรีสุข 44 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
17.ไสว มหึมา 42 ปี
18.ณรงค์ ปามะพันธ์ 44 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
19.ดำ มีสุข 47 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
20.ลออ เปียทอง 56 ปี บาดเจ็บสาหัส ถูกฟันที่ศีรษะ แขนขา
21.ณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์  55 ปี (เสียชีวิต) เนื่องจากถูกตีของแข็งที่ศีรษะและหน้า

สอบถาม รายชื่อผู้บาดเจ็บ รพ.วชิระพยาบาล โทร. 02-244-3000 ต่อห้องฉุกเฉิน

------------------------------

เวลา 02.20 น. วันที่ 2 กันยายน ได้รับรายงานว่า ผู้บาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกัน 2 ราย ที่ส่งไป
รักษาที่วชิระพยาบาล ได้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นชาย เนื่องจาก ถูกตีอย่างหนักที่บริเวณใบหน้า ปาก
และศีรษะจนยุบ และเลือดไหลไม่หยุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายใด โดยทาง
แพทย์ระบุชื่อว่า นายณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์ อายุ 55 ปี โดยเป็นสมาชิก กลุ่มโคราช รักประชาธิปไตย
นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัส ที่ถูกยิงที่บริเวณทรวงอก อีก 3 ราย

โดยศูนย์เอราวัณ ระบุ จำนวนผู้บาดเจ็บขณะนี้ มีทั้งหมด 34 ราย โดยแยกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
วชิระพยาบาล จำนวน 22 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย โรงพยาบาลรามา บาดเจ็บ 5 ราย สาหัส
1 ราย โรงพยาบาลราชวิถี บาดเจ็บ 1 ราย

นายแพทย์เพ็ชรพงษ์ กำจรกิจการ ผอ.ศูนย์เอราวัณ เปิดเผยถึงยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่นำส่ง
รพ.ศูนย์เอราวัณ ว่ามียอดผู้บาดเจ็บรวม 34 ราย โดยในจำนวนนั้นบาดเจ็บสาหัส 4 ราย โดยถูกยิงเข้า
บริเวณทรวงอก 3 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมี 1 ราย เป็นชาย ทราบชื่อ ณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์ อายุ 55 ปี
เสียชีวิตเนื่องจากร่างกายถูกกระแทกด้วยของแข็ง

เวลา 02.22 น. มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้ทหารจาก
กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 4กองร้อย ซึ่งเป็นทหารปราบจราจล เดินทางมาเป็นกำลังเสริมป้องกันเหตุปะทะกัน
ทั้งนี้ กองกำลังดังกล่าวได้เดินออกจากกองภาพภาคที่ 1 มาอยู่เป็นแกนกั้นกลางระหว่างทั้ง 2ฝ่าย ในเวลา
02.50 เพื่อป้องกันการเกิดเหตุปะทะกันอีก และเสริมกำลังตำรวจ ที่มีอยู่เพียงกว่าพันนายเท่านั้น ทั้งนี้
กำลังทหารดังกล่าวถึงสั่งห้ามพกอาวุธเด็ดขาด ให้มีเฉพาะโล่ห์กับหมวกกันน็อคเท่านั้น แม้แต่กระบองก็ห้ามพก

ข่าวแจ้งว่า นอกจากการปะทะกันที่บริเวณสะพานมัฆวานฯแล้ว กลุ่มนปก.ยังพยายามบุกอีกหลาย
จุดพร้อมๆกัน เพื่อก่อกวนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เช่น บริเวณวัดโสมนัสฯ สะพานอรทัย
บริเวณหน้าสนามม้านางเลิ้ง และที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่กลุ่มพันธมิตรฯ มีการ์ดป้องกันอยู่
ทำให้มีการปะทะกันเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรรุนแรงมาก

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า ในการปะทะกันครั้งนี้ เป็นความ
ต้องการของรัฐบาล ที่พยายามรวบรวมคนเพื่อมาต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เพื่อขับไล่กลุ่ม
พันธมิตรฯออกจากทำเนียบรัฐบาล หลังที่ตำรวจพยายามจะสลายการชุมนุมแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
เห็นได้ชัด จากการที่มีคนของรัฐบาล อยู่ในที่ชุมนุมด้วย ที่ได้เห็นชัด คือนายสมศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรี
ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่คอยบัญชาการที่บริเวณหน้าสนามมวยราชดำเนิน ส่วนนายอดิศร เพียงเกษ
สมาชิก 111 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองอดีตส.ส.ไทยรักไทย พร้อมกันนี้ ยังเห็น เสธ.แดง ร่วมกับกลุ่มนปก.ด้วย

"จะเห็นได้ว่า การบุกของนปก.ครั้งนี้ ทางตำรวจไม่ได้มีความพยายามขัดขวางแต่อย่างใด ปล่อย
ให้นปก.บุกเข้ามาได้ง่ายๆ เพื่อเป็นข้ออ้างของรัฐบาลในการประกาศภาวะฉุกเฉิน ดังนั้น จึงพยายาม
ของกลุ่มพันธมิตรปักหลักในที่พยายาม อย่าตกเป็นเหยื่อของรัฐบาล ซึ่งเห็นได้ว่า เหตุการณ์วันนี้
มีพฤติกรรมคล้ายกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่นักศึกษาชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยรัฐบาล
พยายามปลุกระดมกลุ่มต่างๆ ให้เข้ามาทำลายกลุ่มนักศึกษาฯ

เวลา 02.38 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ์ ผบ.ตร.ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบสถานการณ์ ได้เรียก
ประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.และพล.ต.ต.สุชาติ
เหมือนแก้ว รอง ผบช.น.ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เวลา 02.41 น.ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ได้มีกลุ่มรถแท็กซี่ ของ นปก.ประมาณ 100 คัน
มาจอดและลงจากรถ โดยโพกผ้าสีแดง พร้อมกับตะโกนขับไล่แกนนำพันธมิตรฯ โดยมีกำลัง
ตำรวจคอยตรึงกำลังอยู่ตลอดเวลา

เวลา 02.43 น. มีรถทหาร จาก พัน 1 รอ. บรรทุกทหารเต็มคันรถ ออกมาวิ่งรอบๆพื้นที่และ
พร้อมปฎิบัติงานโดยเข้าไปจอดภายในกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 10 คันรถ โดยผู้สื่อข่าวรายงาน
ว่า นอกจากนั้นมีทหารกองร้อยปราบจราจล 4 กองร้อย เป็นรถ จีเอ็มซี 2 คัน รถฮัมวี่ 1 คัน
โดยได้ตั้งแถวพร้อมปฎิบัติการควบคุมสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงเหตุการณ์ปะทะกัน เริ่มคืนตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน วันที่ 1 กันยายน
ต่อเนื่อง วันที่ 2 ก.ย. จากการที่ กลุ่มนปก. ได้ย้ายที่ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาปัก
หลักที่ บริเวณหน้า สน.นางเลิ้ง โดยมีรถเคลื่อนที่เวทีปราศรัย เพื่อเตรียมเข้าลุยกับกลุ่มพันธมิตร
ที่มีเวทีปราศรัยอยู่ที่ปักหลักที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ทั้งนี้ จำนวนของกลุ่มนปก.มีประมาณ 4-5
พันคน โดยส่วนใหญ่จะถือไม้เพื่อเตรียมกับตะลุมบอนอย่างเต็มที่

จนกระทั่งเวลา 00.30 น. วันที่ 2 กันยายน กลุ่มนปก.ได้เคลื่อนผู้ชุมนุมมาถึงบริเวณแยก
จปร. ซึ่งมีตำรวจหลายร้อยนาย แต่ปรากฏว่า กลุ่มนปก.ก็สามารถฝ่าด่านตำรวจที่แยกจปร.
ได้อย่างง่ายดาย และมุ่งเดินหน้าที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ ทำให้การ์ดของกลุ่มพันธมิตร
ต้องเข้ามาปักหลักไม่ให้กลุ่มนปก.บุกเข้ามาได้

จนมาถึงเวลา 01.00 น. ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตั้งแถวประจันหน้ากันบริเวณกองทัพบก และใกล้กับ
หน้าองค์การสหประชาชาติ หลังจากนั้น ได้ตะโกนร้องด่ากันและมีการยิงหนังสติ๊ก ปาหิน
ขวดน้ำ ขาดโซดา ใส่กัน ในที่สุด ทั้ง 2 ฝ่าย ที่ถือไม้ถือไม้ วิ่งเข้าหากัน เกิดการปะทะกัน
ประมาณกว่าร้อยคน จนมีผู้บาดเจ็บได้เลือดหลายราย และมีการรุมตีผู้ที่บาดเจ็บและหกล้มจนบาดเจ็บ
สาหัสรวม 2 ราย แต่เนื่องจาก กลุ่มนปก. ส่วนใหญ่อยู่ในการมึนเมาจำนวน ทำให้กลุ่มพันธมิตรที่
เตรียมพร้อมมากกว่า  มีไม้กระบองและใส่หมวกกันน๊อค ทำให้บาดเจ็บน้อยกว่า และยังมีเรียก
กำลังเสริมจากทำเนียบรัฐบาลมาด้วย ทำให้กลุ่มนปก.ต้องถอนร่นไปที่ หน้าสนามมวยราชดำเนิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เกิดการปะทะกันนั้นได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด ถูกกลุ่มผู้ชุมนุม
นปก.ล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นที่น่าสังเกตุว่า ระหว่างที่เกิดเหตุชุลมุนนั้น ไม่มีกำลัง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคอยดูแลแต่อย่างใด หลังจากนั้น ตำรวจจึงเริ่มเข้ามาตรึงกำลังทั้งสองฝ่าย
ไม่ให้ประจันหน้าอีกบริเวณหน้า กองทัพยก แต่ทั้งสองก็ยังปักหลักเผชิญหน้ากันอยู่

ภายหลังเกิดเหตุ พบปลอกกระสุน ตกบริเวณจุดปะทะกันหลายสิบนัด ซึ่งทางตำรวจกำลังตรวจสอบ
ว่า ฝ่ายใดเป็นผู้ยิงปืนเข้าไปชั่วเกิดเหตุปะทะกัน หรือเป็นมือที่ 3 เจอป่วนให้เหตุการณ์บานปลายหรือไม่

------------------------------------------------------------------

ที่มา : RSSTHAI.COM